Digital Economy in Thailand – เศรษฐกิจดิจิตอล (ตอนที่ 4)

บางมุมมองของการกำกับและการบริหาร ก่อนก้าวสู่การกำหนดนโยบาย เศรษฐกิจดิจิตอล (ฺBeyond Digital Economy Perspective)

การเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจสู่ Digital Economy และแนวโน้มทางเทคโนโลยีที่พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนั้น เป็นพลังอำนาจใหม่ของโลก ที่ประเทศไทยต้องก้าวตามไปให้ทัน และเมื่อถูกผลักดันจากนโยบายของรัฐ การพิจารณาความพร้อมของไทย เพื่อก้าวสู่การรองรับ Digital Economy เพื่อให้สัมพันธ์กับนโยบายเศรษฐกิจ Digital ของประเทศไทยและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้แนวโน้มใหม่ทางเทคโลโยยี่ ต้องอาศัยความเข้าใจในผลกระทบ ในมุมมองต่าง ๆ ของ Technology Trends และเป็นที่แน่นอนว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องภาครัฐที่เป็นผู้ขับเคลื่อนและเป็นผู้กำหนดนโยบาย Digital Economy นั้น  ควรจะได้เข้าใจในภาคการกำกับดูแลกิจการที่ดีทางด้าน IT หรือ IT Governance ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาก้าวไปสู่การหลอมรวมระหว่าง ITG – IT Governance กับ Corporate Governance เป็นหนึ่งเดียวที่เรียกกันว่า Governance of Enterprise IT ซึ่งเป็นกรอบการบริหารการจัดการที่ดียุคใหม่ที่นำเอาวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ นโยบาย กลยุทธ์ ทางด้านIT มาผสมผสานกับแนวทางการบริหารจัดการที่ดีทางธุรกิจทุกประเภท และทุกขนาด และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน Digital Economy

สำหรับผมเองยังไม่แน่ใจว่าบทบาทภาครัฐนอกจากการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล และการออกกฎหมายต่าง ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ภาครัฐจะกำหนดบทบาทของตนเองในฐานะผู้นำ ผู้กำกับ ผู้ประเมินผล ผู้สั่งการ ผู้เฝ้าติดตาม ความสำเร็จของนโยบายนี้หรือ จะทำหน้าที่ในฐานะผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator)

การกำนหหดบทบาทและกรอบการดำเนินงาน Digital Economy ไม่ว่าจะในฐานะผู้กำกับฯ หรือกำหนดขอบเขตตนเองในหน่วยงานของภาครัฐ ให้เป็นผู้อำนวยความสะดวกก็ตาม ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังจะต้องมีบทบาทและความรับผิดชอบ ในฐานะเป็นผู้กำหนดนโยบายในเรื่อง Digital Economy  กล่าวคือ บทบาทของผู้อำนวยความสะดวก หากรัฐจะกำหนดตนเองเช่นนั้น ผู้บริหารระดับสูง ควรเข้าใจและมีศักยภาพในการทำหน้าที่เป็น Facilitator ซึ่งควรรับผิดชอบ และสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีผลประโยชน์ร่วม ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ที่ได้ดุลยภาพกับการสร้างคุณค่าเพิ่ม (Value Creation) ตามหลักการของ Governance ยุคใหม่  ที่ผู้บริหารระดับสูงที่ทำหน้าที่กำกับนโยบาย Digital Economy พึงกระทำใน 5 กระบวนการด้วยกันก็คือ

1. การสร้างความมั่นใจในการกำหนดกรอบการดำเนินงานการกำกับดูแล ให้กระบวนการทาง Digital Economy บรรลุสมประโยชน์ตามนโยบาย (ซึ่งควรจะมีกระบวนการสื่อสารและทำความเข้าใจให้ตรงกันทุกภาคส่วนอย่างแท้ัจริง

2. การสร้างความมั่นใจ ไม่ว่าในฐานะของผู้กำกับหรือไม่ว่าในฐาน Facilitator ว่าผู้มีผลประโยชน์ร่วมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ จะได้รับประโยชน์และความพึงพอใจตามนโยบาย Digital Economy ในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง

3. ทางรัฐฯ ยังจะต้องทำหน้าที่ในการกำกับดูแล IT ระดับประเทศ ที่สัมพันธ์กับการบริหารและการจัดการที่ดีระดับองค์กร ด้วยการประเมิน สั่งการ และเฝ้าติดตามในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นใจในการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อให้แน่ใจว่าประเทศจะได้รับประโยชน์ตามกรอบการดำเนินงานและการกำกับดฤูแลที่ดี  ไม่ว่าในฐานะ Facilitator / ผู้อำนวยความสะดวก หรือผู้กำกับฯ ก็ตาม

4. สิ่งที่รัฐควรจะดำเนินการตามข้อ 1 – 3 อย่างเป็นกระบวนการนั้น จะต้องได้ดุลยภาพกับการสร้างความมั่นใจในการใช้ทรัพยากรให้ได้รับประโยชน์สูงสุด และสัมพันธ์กับความต้องการของผู้มีผลประโยชน์ร่วมที่เหมาะสม

5. ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในส่วนที่เกี่ยวข้องที่จะดำเนินงานอย่างเป็นกระบวนการ ในการบริหารและการจัดการให้เป็นไปตามนโยบายของเศรษฐกิจดิจิตอลนั้น จะต้องมีความมั่นใจในกระบวนการของความโปร่งใสต่อผู้มีผลประโยชน์ร่วม ที่ควรจะสัมพันธ์กับกระบวนการตาม ข้อ 1 – 4

จากกรอบกระบวนการต่าง ๆ สำหรับการควบคุมดูแล IT ทั้งในระดับองค์กร ที่อาจประยุกต์ได้กับกระบวนการ IT ระดับประเทศ ในมุมมองของ Digital Economy ที่เป็นระดับ High Level ของภาครัฐ ตามบทบาทและหน้าที่ ความรับผิดชอบ ตามที่ได้กล่าวข้างต้น จะส่งทอดบทบาทนี้ไปยังระดับรอง ๆ ลงไปให้กับผู้มีหน้าที่บริหาร จัดการ (Management) ในการวางแนวทาง การจัดทำแผน และการจัดระบบงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจจะเป็นได้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบาย กลยุทธ์ ทิศทางการพัฒนา ไปสู่ระดับการปฏิบัติตามโครงการและแผนงานต่าง ๆ ที่จะตามมาอย่างเป็นกระบวนการ และเป็นไปตามกรอบ และกระบวนการของการกำกับงานทางภาครัฐตามที่ได้กล่าวข้างต้น

กระบวนการกำกับทั้งภาครัฐและการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐบางส่วน ร่วมกับภาคเอกชน มีกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมากพอสมควร และตามความเห็นส่วนตัวของผม เป็นเรื่องท้าทายศักยภาพ  ความรู้ความสามารถ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ในการบริหารแบบบูรณาการ (Integrated Management)  ที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องเข้าใจบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ ในแต่ละกระบวนการ ทั้งในระดับการกำกับฯ และในระดับการบริหาร ที่เกี่ยวข้องกับ Digital Economy ทีควรจะมีคำจำกัดความอย่างชัดเจน ไม่กำกวม ที่จะสื่อความเข้าใจไปในกรอบที่อาจเรียกว่า ความสำเร็จเริ่มต้นจากการกำหนดเป้าหมาย/วัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ตามหลัก SMART ที่ควรอยู่ในกรอบ และหลักเกณฑ์ของการกำหนดเป้าหมายที่ดี นั่นคือ 1. วัตถุประสงค์ต้องชัดเจน 2. วัดผลได้ 3. ปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายได้ 4. มีกระบวนการทำงานที่สัมพันธ์กับวิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย กลยุทธ์ ทางด้าน Digital Economy และ 5. มีการกำหนดเวลาในการบรรลุเป้าหมายในแต่ละขั้นตอนและในแต่ละกระบวนการที่ชัดเจน

ขออธิบายด้วยแผนภาพตามที่กล่าวข้างต้นดังที่ผมเข้าใจดังนี้ครับ

Digital Economy Business and Technology Architecture

จากแผนภาพดังกล่าวผมจะได้ออกความคิดเห็นเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างความเข้าใจ การสื่อสาร การกำกับดูแลกิจการทางด้าน IT ที่ดี และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ในการขับเคลื่อนพลังจาก IT Technology ไปสู่ Digital Economy และแน่นอนว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารตามความเห็นของผม เพื่อก้าวไปสู่การกำหนดนโยบายทางด้าน Digital Economy ที่เหมาะสมต่อไป

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: