มาบตาพุดกับการบริหารแบบบูรณาการ เพื่อผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสีย / Stakeholders

ท่านผู้อ่าน รู้สึกอึดอัดบ้างไหมครับ เกี่ยวกับกรณีมาบตาพุดและสิ่งแวดล้อม ที่มาจบลงด้วยการตัดสินของศาลปกครองให้ระงับชั่วคราว 76 โครงการที่กำลังก่อสร้าง และตามมาด้วยหน่วยงานที่รักษาผลประโยชน์และสิ่งแวดล้อม จะฟ้องร้องต่อศาลปกครองให้ระงับโครงการต่าง ๆ ทั่วประเทศกว่า 500 โครงการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม !?!

หากท่านเป็นนักลงทุน หากท่านเป็นนักบริหาร หากท่านเป็นนักการเงิน หากท่านต้องการให้ลูกหลานมีงานทำ หากท่านเป็นผู้นำของประเทศ ที่ต้องการเห็นความเจริญเติบโตจากเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน การสร้าง GDP ของชาติ ให้เติบโตเพื่อรองรับแรงงานใหม่ ๆ เข้าไปสู่ในอุตสาหกรรมภาคบริการต่าง ๆ ท่านกำลังคิดอะไรอยู่บ้างครับ?

ท่านคงเคยได้ยิน กรณีโรงงานไฟฟ้าที่อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง และมีมลพิษที่อาจเกินมาตรฐาน และก่อให้เกิดการต่อต้านของประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้น ในที่สุด กฟผ. ก็แก้ไขปัญหาเรื่องมลพิษได้เรียบร้อย จนเราไม่ได้ยินเสียงร้องเรียนเกี่ยวกับมลพิษที่อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

หากเราต้องปิดโรงไฟฟ้าที่อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง แทนการให้โอกาส กฟผ. / โรงไฟฟ้าได้ปรับปรุงแก้ไขปัญหามลพิษ อะไรจะเกิดขึ้นบ้างครับ?

ผมกำลังอยากจะพูดว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการระงับ 76 โครงการที่ผ่านมา และกำลังจะมีการระงับอีกกว่า 500 โครงการที่ตามมาหรือไม่นั้น คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องผลกระทบต่อสังคม และประเทศชาติในภาพกว้าง และความเชื่อถือของคนต่างชาติต่อประเทศไทยโดยรวม เพียงแค่การสร้างความน่าเชื่อถือ ก็เป็นเรื่องต้องใช้เวลานานมาก ๆ นั้น เราก็ยังขาดผู้ดูแลการบริหารการจัดการ ในระดับชาติ ในภาพโดยรวมที่อาจเรียกว่า เป็นการบริหารแบบบูรณาการ ตามที่ผมได้เคยออกความเห็นไว้ในบทความนี้และบทความอื่น ๆ ไปพอสมควรแล้ว

ในขณะนี้ ในหลายองค์กรและประเทศไทยโดยรวม ก็ยังขาดเจ้าภาพในการบริหารภาพโดยรวม ทั้งในระดับองค์กร และการบริหารแบบบูรณาการของสังคม และประเทศชาติ ในหลายมุมมอง และในแต่ละมุมมองก็จะเกี่ยวข้องและมีผลกระทบซึ่งกันและกัน ตามหลักการของ Balance Scorecard ซึ่งมี 4 มุมมอง และตามหลักการของ GRC – Governance + Risk Management + Compliance ซึ่งเป็นแนวการบริหารในลักษณะบูรณาการที่ต่อยอดจากหลักการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร ที่สามารถประยุกต์ใช้ในระดับชาติได้ ใน 4 มุมมอง ก็คือ การบริหาร Strategic Risk, Operational Risk, Reporting and Financial Risk และ Compliance Risk

ประเทศของเราในปัจจุบันกำลังสับสน และวุ่นวาย กับสภาพแวดล้อม สภาพของความไม่เข้าใจของคนในสังคมเดียวกัน การขาดทิศทางการบริหารแบบบูรณาการ ซึ่งตัวอย่างกรณีมาบตาพุด เป็นตัวอย่างที่ดีที่อาจจะเรียกว่าเป็นบทเรียนอีกบทหนึ่ง ที่ยังขาดทิศทางที่ชัดเจนในปัจจุบัน

ถึงแม้ว่า จะมีการออกกฎหมายลูก เพื่อสร้างความชัดเจน และมีผู้ดูแลภาพโดยรวมของสิ่งแวดล้อมออกมาในระยะเวลาข้างหน้าก็ตาม หากผู้บริหารในองค์กรและผู้บริหารในระดับชาติและสังคมโดยรวม ยังมีความเข้าใจที่แตกต่างกันของการบริหารความเสี่ยงในระดับชาติ เพื่อก้าวไปสู่เป้าประสงค์หลัก ในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนในสังคมแล้ว เราก็คงเป็นประเทศที่จะถอยหลังในด้านการแข่งขันระหว่างชาติ และความเชื่อถือของสังคมระหว่างประเทศ ที่จะมีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการกินดีอยู่ดีของคนในประเทศชาติ ที่เราควรจะได้มีการทบทวนกันในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป็นผู้นำเรื่องนี้จากภาครัฐบาล

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: