จิตสำนึกกับการบริหาร เพื่อการจัดการที่ดี / Conscience and Good Governance

ความจริงผมตั้งใจที่จะให้หัวข้อคุยกับผู้เขียนนี้ เป็นเรื่องที่ท่านผู้อ่านที่สนใจในบทความต่าง ๆ ของผม ได้เขียนคำถาม หรือเล่าเรื่องที่จะเป็นประโยชน์กับผู้มีผลประโยชน์ร่วม และสังคม มาลงในหัวข้อนี้ และถ้าเป็นคำถาม ผมจะเป็นผู้ตอบในเรื่องที่เกี่ยวข้อง เช่น เรื่องเกี่ยวกับการตรวจสอบ IT Audit / Non – IT Audit หรือ Manual Audit ในเรื่องการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร ในเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี ที่รู้จักกันในนามของคำว่า CG และมีเรื่องที่เกี่ยวเนื่องตามมาอีกมากมาย เช่น ITG และ GRC++ เป็นต้น

ในกรณีที่ยังไม่มีคำถามที่สำคัญ ผมก็จะเล่าเรื่องต่าง ๆ ที่ไม่ปรากฎอยู่ในหัวข้ออื่น ๆ ในเว็บนี้ เช่น ขณะนี้ผมกำลังจะเล่าเรื่อง จิตสำนึก หรือ มโนธรรม กับการจัดการที่ดี ซึ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด แต่ก็ไม่เหมือนกับคำจำกัดความของคำว่า “จริยธรรม” และ “จรรยาบรรณ” เสียทีเดียว

คำว่า จิตสำนึก หรือ มโนธรรม ในความเห็นของผม อยู่ในระดับที่เหนือ หรือสูงกว่า คำว่า จริยธรรม และ จรรยาบรรณ ด้วยซ้ำ เพราะจิตสำนึก เป็นเรื่องของตระหนักความผิดถูก ที่มาจากจิตใจ หรือ จิตวิญญาณ / Spiritual ที่มีความหมายและนัยโน้มไปในทาง ความเชื่อ ที่เป็นความถูกหรือความผิด จากการตัดสินใจหรือการกระทำของตนเอง และสามารถระบุ หรือบอกตัวเองได้ว่า ตนเองได้ทำถูกหรือทำผิด จากความคิดที่ถูกต้อง หรือความคิดที่บิดเบือนไปจากหลักการที่ถูกต้อง และมาจากจิตใจของตนเองที่ไม่มีใครสามารถบังคับได้

ท่านจำได้ไหมครับว่า เมื่อท่านยังเป็นเด็ก หรือเมื่อครั้งที่เรายังไม่รู้ประสีประสาอะไรกับจริยธรรม หรือศีลธรรม แต่เมื่อเราทำบางสิ่งบางอย่างที่เป็นความผิด เราก็รู้ว่ามีสิ่งที่รบกวนเราอยู่ภายในเรา นั่นแหละครับ คือจิตสำนึกผิดชอบ / Conscience แหละครับ

จิตสำนึกผิดชอบเป็นเครื่องชี้นำพฤติกรรมของท่าน และของพวกเราทุกคน

ศาสดาของชาวคริสเตียนตรัสว่า จิตสำนึกผิดชอบนั้น เปรียบเสมือนดวงตาของเรา ดวงตาไม่ได้เป็นต้นกำเนิดของความสว่าง แต่เป็นช่องทางที่ความสว่างนั้นเข้ามาถึงชีวิตของเรา เมื่อมีความสว่างลอดเข้ามาที่ดวงตา เราก็สามารถมองเห็น หรือสามารถบ่งบอกทิศทางที่ต้องการได้

แต่ถ้าเราเป็นคนตาบอด หรือเสียทัศนะในการมองเห็นภายหลังที่มีตาเป็นปกติแล้ว ความสว่างก็ไม่สามารถลอดเข้ามาให้เราได้เห็นอีก เราจึงอยู่ท่ามกลางความมืด ถึงแม้มีความสว่างรอบ ๆ ตัวเราก็ตาม นี่เป็นความจริงใช่ไหมครับ ที่พวกเราได้เห็นอยู่ในปัจจุบัน

เป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน เมื่อความสว่างกลับกลายเป็นความมืด สิ่งที่ควรนำเราไปในทิศทางที่ถูกต้อง กลับนำเราไปในทิศทางหรือหนทางที่ผิด เพราะเรามองไม่เห็น ในหลักการของพระคัมภีร์กล่าวถึงสิ่งนี้ว่า เป็นจิตสำนึกผิดชอบที่ชั่วร้าย

มีคนบางคนรู้สึกไม่สบายใจเมื่อทำดี แต่กลับมีความสุขเมื่อได้ทำชั่ว สิ่งนี้แหละเป็นจิตสำนึกผิดชอบที่ชั่วร้าย คนเหล่านี้แหละที่เรียกสิ่งดีว่า “เลว” และเรียกสิ่งเลวว่า “ดี” จิตสำนึกผิดชอบที่ชั่วร้ายเป็นเช่นนี้แหละ จิตสำนึกผิดชอบของท่านเปรียบเหมือนหน้าต่างกระจก และหน้าต่างนี้เป็นทางซึ่งแสงสว่างส่องเข้ามาในชีวิต อย่าปล่อยให้ความสว่างกลายเป็นความมืด

ความแตกแยกจากความคิด จากมุมมองที่แตกต่างกันในชาติเราในปัจจุบัน ที่พิจารณาในมุมมองของตนเองเป็นหลัก ไม่ได้พิจารณามุมมองและความต้องการของสังคมหรือประเทศชาติเป็นหลัก ซึ่งอาจจะเกิดจาก ความคิดที่ไม่สะอาด ความเกลียด ความอิจฉาริษยา การแข่งขันชิงดีชิงเด่น ความกลัว การเป็นศัตรูกัน ความเห็นแก่ตัวและพวกพ้อง การแตกก๊กกัน การทุ่มเถียงถึงความเห็นและเป้าหมายที่แตกต่าง การเยาะเย้ยโจมตีผู้อื่น การหลอกลวงที่มีเล่ห์กลเฉพาะตนหรือเฉพาะกลุ่ม การคดโกง การนินทา ความโลภ ความโอ้อวด +++ ที่ขาดจุดยึดเหนี่ยวจากจิตวิญญาณ และจิตสำนึกรับผิดชอบที่มีต่อสังคมและประเทศชาติเป็นสำคัญ

หากเราขาดมาตรการที่เหมาะสม ผู้นำที่เหมาะสม การศึกษาที่เหมาะสม การปลูกจิตสำนึกที่เหมาะสม ตั้งแต่วัยเยาว์ แต่มีตัวอย่างมากมายของจิตสำนึกชั่วร้ายมากกว่าจิตสำนึกผิดชอบชั่วดี ทั้งบุคคลและประเทศชาติ และสังคมโดยรวม ก็จะพบกับปัญหายิ่งใหญ่ และมีผลกระทบร้ายแรงจนเกินกว่าระดับที่ยอมรับได้ (Risk Appetite / Risk Tolerance) ซึ่งเกิดจากการขาดทิศทาง นโยบาย กลยุทธ์ในการดำเนินงาน แผนการดำเนินงาน ที่มีลักษณะเป็นบูรณาการ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของชาติ ซึ่งไม่เป็นไปตามหลัก CG เป็นสำคัญ

ความเป็นรูปธรรมตามที่กล่าวข้างต้น ยังไม่ชัดเจนมากนักใช่ไหมครับ แต่สิ่งที่เรารู้กันอยู่ก็คือ ประเทศไทยโดยรวม สังคมโดยรวม กำลังอยู่ในห้วงอันตรายที่ต้องการจิตสำนึกและความรับผิดชอบที่ดี ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ยาก หากทุกคนไม่ร่วมมือกันในการสร้างจิตสำนึกที่ดี เพื่อการจัดการที่ดีและเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศชาติ

ตอนต่อไป เราจะมาพูดถึงเรื่อง การสร้างจิตสำนึกที่ดีในทางปฏิบัติ ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นแทนจิตสำนึกผิดชอบที่อ่อนแออยู่ในปัจจุบัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: