ดุลยภาพของการบริหารความเสี่ยง กับอาวุธสุดแสบของ US

ช่วงนี้อยู่ในระหว่างช่วงสงกรานต์แล้วนะครับ หลายท่านคงกำลังเดินทางกลับต่างจังหวัด เพื่อเยี่ยมญาติหรือเที่ยวพักผ่อนในวันสงกรานต์ แต่อยากให้ระมัดระวังความปลอดภัยในการเดินทางและการร่วมเล่นน้ำสงกรานต์อย่างเหมาะสม ประกอบกับในช่วงนี้บ้านเมืองเรามีเหตุการณ์ที่ไม่เป็นปกติมากนัก ผู้ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายต่าง ๆ กำลังหาจุดที่เป็นดุลยภาพของการจัดการและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมกันอยู่ จุดที่น่าจะลงตัวก็คือ การเคารพกติกาของสังคม และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ด้วยความรักและความเมตตา และความเข้าใจกัน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ซึ่งในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่กับการบริหารความเสี่ยง และความเสี่ยงก็เกิดขึ้นได้เสมอในชีวิตประจำวัน จึงอยากให้ระมัดระวังกันมากเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลแบบนี้

ข้อคิดประการหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงที่ได้ดุลยภาพ การควบคุมความเสี่ยง และการตรวจสอบตามฐานความเสี่ยง เพื่อก้าวไปสู่การกำกับดูแลกิจการบ้านเมืองที่ดีของชาตินั้น มีข้อคิดที่เป็นคำกลอนที่มีผู้กล่าวอย่างน่าฟังว่า

ระบบดี คนดี นั้นดีแน่
ระบบดี คนแย่ พอแก้ไหว
ระบบแย่ คนดี มีทางไป
ระบบแย่ คนไม่เอาไหน บรรลัยเอย

ขออธิบายสู่กันฟังนะครับว่า คนเป็นผู้สร้างระบบให้ดี และใช้ระบบที่ดีและยอมรับได้นั้นในการควบคุมคน และสังคม หากพบหรือปรากฎต่อมาว่า ระบบที่ว่าดีแล้ว ยังอาจปรับปรุงแก้ไขได้ ก็คนนั่นแหละ ที่เป็นผู้แก้ไขระบบตามกระบวนการให้เป็นไปตามกติกาที่สังคมยอมรับได้ เมื่อมีการรับรองและยอมรับอย่างเป็นขั้นเป็นตอนแล้ว ก็นำระบบที่ปรับปรุงแล้วมาควบคุมคน หรือสังคมให้อยู่ในกติกาที่ยอมรับได้ของประเทศชาติ หรือองค์กรต่อไป

ดังนั้น การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีตามหลัก CG + ITG ข้อหนึ่งก็คือ การให้ความเป็นธรรม และปฏิบัติโดยเท่าเทียมกัน เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศชาติและองค์กร โดยผู้ที่เกี่ยวข้องต้องมีวิสัยทัศน์ และความรับผิดชอบที่เกี่ยวกับ Responsibility + Accountability เพื่อ Social and Environmental Awareness โดยนำเรื่องของ Promotion of Best Practice มาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม หากทำได้อย่างนี้ ความเข้าใจกันจากความคิดที่แตกต่างกันก็จะก้าวสู่จุดดุลยภาพของกระบวนการบริหารความเสี่ยงเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนนะครับ

การพูดคุยของผมในวันนี้กับท่านผู้อ่านก็คือ การมีสารสนเทศ (Information) ที่ถูกต้อง มีคุณภาพ ทันกาล ตามหลักของ Information Criteria 7 องค์ประกอบของ CobiT ภายใต้ร่ม IT Governance รวมทั้งมีการสื่อสารที่ดี (Communication) ตามหลักการของ COSO ซึ่งเป็นหนึ่งใน 8 องค์ประกอบหลักของการบริหารความเสี่ยงในระดับองค์กร หรือประเทศ (ERM – Enterprise Risk Management) ก็จะช่วยให้ประเทศเกิดความมั่นคง ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ การลงทุน การแข่งขัน และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตอย่างยั่งยืน

วันก่อน ผมได้รับเมล์ฉบับหนึ่งที่พูดถึง 10 อาวุธสุดแสบของสหรัฐอเมริกา ผมเห็นว่าน่าจะเข้ากับสถานการณ์ในช่วงนี้พอดี (ผมไม่ได้หมายความว่าน่าจะเอาอาวุธนี้ไปใช้ในสถานการณ์แบบนี้นะครับ) แต่จะขอหยิบยกบางตัวอย่างมาเล่าสู่กันฟังในมุมมองของการบริหารความเสี่ยงที่ผมเข้าใจว่า ประเทศมหาอำนาจทั้งหลายกำลังแข่งขันกันอย่างเต็มที่ในขณะนี้นั้น ก็เพื่อสร้างดุลยภาพของการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้เกิดความมั่นคงในประเทศของตนเป็นสำคัญนะครับ

ประเทศไทยจะได้บทเรียนอะไรจากภาพด้านล่างนี้ ก็คงจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและความเข้าใจในการบริหารความเสี่ยง ที่นำไปสู่ความมั่นคงของประเทศชาติ ของผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ ในโอกาสต่อ ๆ ไป เพราะสงครามยุคใหม่ ต้องต่อสู้กันด้วยความคิด สติปัญญาที่ชาญฉลาด ละเอียดรอบคอบ มองการณ์ไกล รู้จักการวางแผนการจัดการกับความเสี่ยงต่างๆในเชิงรุก ต้องมีข้อมูลข่าวสาร[Information] ที่ถูกต้อง ไว้วางใจได้จริงๆ โดยเฉพาะข้อมูลหรือช่าวสารของผู้ที่ไม่หวังดี หรือสัตรู ต้องรู้ว่าผู้ไม่หวังดี/ข้าศึกกำลังคิดอะไร กำลังวางแผนหรือมีแผนอะไร มีอาวุธประเภทใด ร้ายแรงเพียงใด มีจำนวนเท่าใด อยู่ที่ใดบ้าง+++ หากไม่มีข้อมูลหรือสารสนเทศที่ถูกต้อง ทันเวลา ก็จะมีผลร้ายแรงต่อการวางแผนทางยุทธศาสตร์การรบโดยใช้ความคิด สคิปัญญา และวางแผนการล่วงหน้า กล้าตัดสินใจอย่างรวดเร็วและทันเวลา มิฉนั้นจะแพ้สงครามในที่สุด

แม้แต่มีอาวุธดีๆมากมาย แต่ขาดสติปัญญาและข้อมูลที่ดี ก็แพ้สงครามได้อย่างง่ายดาย ตามที่ปรากฎในประวัติศาสตร์การรบในอดีตของหลายประเทศ เป็นต้น

ผมจะได้หยิบยกประเด็นการบริหารความเสี่ยงในมุมมองต่าง ๆ เพื่อวิเคราะห์ เล่าสู่กันฟังในทางสร้างสรรต่อไป ณที่นี้ ท่านลองดูอาวุธแปลกๆด้านล่างนี้แล้วพิจารณาถึง การรบยุคใหม่ที่ต่อสู้กันด้วยความรู้และสติปัญญา รวมทั้งการพัฒนาอาวุธใหม่ๆ ทั้งในเชิงป้องกันและเชิงรุก ประเทศมหาอำนาจมักจะเลือกอาวุธเชิงรุกมากกว่านะครับ

1. อาวุธประเภทแรก คือ LRAD Weapon long range acoustic device ซึ่งเป็นคลื่นเสียงมหาบรรลัยหู เป็นเครื่องส่งคลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความดังไปยังที่ที่ศัตรูที่ประจำ อยู่ในระยะไกล อำนาจขนาดทำให้แก้วหูศัตรูแตก
เป็นหูหนวกไปในทันที ล่าสุดสามารถพัฒนาให้สามารถกระแทกหัวใจทำให้หัวใจหยุดเต้นได้

LRAD_Weapon long range acoustic device

LRAD_Weapon long range acoustic device

2. Corner Shot 40 เป็นปืนแบบกระสุนความเร็วสูง สามารถเอ็กซ์เรย์ได้ สามารถใช้เฝ้าตรวจสอบที่มืด ๆ หาจุดที่จะขว้างระเบิดน้อยหน่าได้ นอกจากนี้ยังมีถังทรงกระบอกสามารถหมุนตัวถึง 63 องศา เหมาะสำหรับคนคำนวณเก่ง

Corner Shot 40

Corner Shot 40

3. Thermobaric Bomb คือ ระเบิดที่เหนือกว่าระเบิดนาปาล์ม เพราะมันคือระเบิดที่บรรจุเชื้อเพลิงที่สามารถระเบิดลุกเป็นกลุ่มไฟสุดร้อน แรง ไม่ว่าจะเป็นถ้ำในหลืบถ้ำ หรือแม้แต่ซอกซอยที่ซุ่มของศัตรู โดยมันทำงานอย่างเป็นระบบ คือระบบแรกเป็นระเบิดทำลายที่กำบัง และระบบที่สองคือเพลิงเผาซ้ำ มีความร้อนสูงถึง 3000 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถหลอมละลายสรรพสิ่งให้เป็นจุณไปในพริบตา อย่าว่าคนเลย ปืนที่ใช้ก็โดนหลอมเป็นก้อนทันที

Thermobaric Bomb

Thermobaric Bomb

4. EMP Bomb (Episode: Future Shock) ผลิตโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลีย “ ระเบิดแม่เหล็ก ” วิถีมันสามารถไปทั่วทิศทาง โดยวงจรอิเล็กโทนิกของมันสามารถตรวจจับวัตถุที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ เช่น เรือ และเมื่อมันพบเป้าหมาย ด้วยอำนาจของแม่เหล็กสามารถเกาะและทำลายเป้าหมายในทันที

EMP Bomb_Episode Future Shock

EMP Bomb_Episode Future Shock

5. Airborne Laser คือเลเซอร์ติดเครื่องบิน โดยเลเซอร์นี้ประกอบด้วยโลหะไอโอดีนธาตุออกซิเจนสารเคมีที่ทรงพลังในการเอ็กซ์เรย์ (ประมาณว่าคล้ายประภาคาร) เหมาะสำหรับตรวจแหล่งสะสมอาวุธของศัตรู และถ้ามีการพัฒนาปรับปรุงจะสามารถให้สามารถจุดไฟระเบิดเป้าหมายนั้นได้อีกด้วย

Airborne Laser

Airborne Laser

6. Sensor Fuzed Weapon (Episode: The Power of Fear) ฉายามันคือ “ ระเบิดตาพิทย์ ” บรรจุระเบิดขนาดย่อมที่มีอานุภาพสูงสามารถทำลายเกราะที่หุ้มรถถังทุกชนิดได้ภายใน 10 ลูก แถมแต่ละลูกมีร่มชูชีพติดอยู่พร้อมตาอินฟาเรดที่มีความไวสูงต่อเป้าหมายที่จะหย่อนระเบิดลงไปบนรถถังหุ้มเกราะของศัตรู และทำลายเกราะที่หุ้มและทหารที่อยู่ภายในเละในพริบตา

Sensor Fuzed_Weapon Episode The Power of fear

Sensor Fuzed_Weapon Episode The Power of fear

สำหรับการบริหารความเสี่ยงเพื่อก้าวสู่ดุลยภาพในกระบวนการจัดการ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนตามหลัก CG + ITG นั้น เอาไว้คุยกันในวันหลังนะครับ

ขอเพิ่มอีกนิดนึงนะครับ ข้อคิดของวันนี้ก็คือ อาวุธสุดแสบสารพัดชนิดตามภาพข้างต้น ซึ่งไม่รวมอาวุธปรมาณูประเภทต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่มากมายแล้ว ก็คือ ศักยภาพ ความสามารถ จากความคิดในเชิงบวก หรือเชิงรุก หรือเชิงป้องกันปัญหา หรือป้องกันความเสี่ยง ที่เป็นความมั่นคงทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการทหาร การเมือง เศรษฐกิจการเงิน การบริหารการจัดการประเภทต่าง ๆ ในทุกระดับชั้น การควบคุมและการตรวจสอบตามฐานความเสี่ยงที่ดีและมีคุณภาพนั้น จะเกิดขึ้นได้ก็จากการพัฒนาความคิด การมีแผน การศึกษา การอบรม เพื่อสร้างความเข้าใจที่มาจากความคิด มิใช่จากความจำ หรือลอกเลียนกันต่อ ๆ มา

ดังนั้น ความร่ำรวยทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศต่าง ๆ และศักยภาพของบุคลากรในประเทศต่าง ๆ หรือในระดับองค์กรต่าง ๆ นั้น มีความแตกต่างกันมากมาย ประเทศที่มีพลเมืองน้อย ๆ เช่น ประเทศสิงคโปร์ ฟินด์แลนด์ นอร์เวย์ สวิสแลนด์ ++ ก็สามารถสร้างผลผลิตประชาชาติที่เมื่อคำนวณเป็นรายได้ประชาชาติต่อหัวแล้ว มีจำนวนสูงกว่าประเทศไทยมากมาย ก็เกิดจากการพัฒนาความคิด (ซึ่งเรียกได้ว่า เป็น Intangible Assets) ให้เป็นคุณค่าทางการเงิน และการจัดการอย่างเป็นระบบ และเป็นระเบียบ โดยมีการนำมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นธรรมต่อประชาชนในประเทศอย่างเท่าเทียมกัน

Advertisements

One Response to ดุลยภาพของการบริหารความเสี่ยง กับอาวุธสุดแสบของ US

  1. kooyik พูดว่า:

    เป็นแนวคิดเชิงอุปมา ได้ลึกซึ้งมาก แปลกดี 😉

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: